ไม่ได้โม้หนะครับ เลนส์ตัวนี้ ราคาเต็มหน้าร้าน ขายกันอยู่ที่ 6900 บาท ร้านดังที่ MBK มีขายครับ จะลดได้เท่าใหร่ อยู่ที่ความหล่อของคนซื้อหงะครับ เหอๆๆ ส่วนต่างจังหวัด คิดว่าจะแพร่กระจายไปในเร็วๆนี้ เพราะเ้ค้าเพิ่งเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยครับ หลายคนเดินผ่่านไปเห็นแล้วสงสัย ไม่กล้าซื้อมาใช้เพราะไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง คุณภาพจะเป็นยังไง วันนี้ จะมาชำแหละให้ฟัง ให้ดูครับ ก่อนที่จะมาดูรูปกันขอเล่าเรื่องเลนส์ reflex ให้ฟังเป็นความรู้คร่าวๆนะครับ REFLEX LENS ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่แล้ว เลนส์เทเลโฟโต้กำลังสูง จัดเป็นเลนส์เฉพาะกิจที่ใช้ในกลุ่มมืออาชีพและระดับจริงจังเท่านั้นเนื่องจากเลนส์นี้มีราคาสูงและมีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะต่อการนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ ในช่วงนั้นยังไม่มีเลนส์ซูมไวแสงอย่าง 80-200มม. f/2.8, 70-200มม. f/2.8 หรือ 100-300 มม. f/4 นอกจากเลนส์จากผู้ผลิตอิสระบางยี่ห้อซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับของนักถ่ายภาพระดับจริงจัง เลนส์เทเลโฟโต้ที่พอจะซื้อกันได้ในราคาไม่โหดร้ายนักก็คือ เลนส์ 300 มม. f/4.5, 300 มม. f/5.6 หรือ 400 มม.f/5.6 ส่วนอีกทางเลือกก็คือเลนส์รีเฟล็กซ์ 500 มม. f/8 หรือ 600มม. f/8 เลนส์ 300 มม. f/4.5 หรือ 400 มม. f/5.6 หากเป็นผู้ผลิตกล้องก็จะมีราคาสูงขายค่อนข้างสูง นักถ่ายภาพจำนวนไม่น้อยจึงต้องหันไปหาเลนส์รีเฟล็กซ์ 500 มม. f/8 ด้วยเหตุผลที่ว่า ราคาพอซื้อได้ กำลังดึงภาพสูงและมีขนาดกะทัดรัด แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องความสว่างที่ค่อนข้างต่ำคือ f/8 และไม่สามารถปรับรูรับแสงได้ก็ตาม ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในข่ายนั้น ในช่วงเริ่มเล่นกล้อง หลังจากย้ายค่ายจากมินอลต้ามาเป็นนิคอนและเริ่มหาเลนส์ใช้งาน ผมได้เลนส์มาเกือบครบช่วงในเวลาไม่นาน คือ 20 มม. f/3.5, นิคอน 35มม. f/2, นิคอน 55 มม.f/2.8 MACRO, นิคอน 105 มม. f/2.5 และมีเลนส์ซูมอีก 2 ตัว คือ นิคอน 35-70 มม. f/3.5 และนิคอน 80-200 มม. f/4 ส่วนเลนส์กำลังสูงกว่านี้ผมไม่มีเพราะเลนส์ 300มม. f/4.5 ED ของนิคอนในขณะนั้นมีราคาขายสูงไปหน่อยสำหรับผม ก็เลยต้องหาเลนส์เทเลโฟโต้ ถูกๆ มาใช้งานไปก่อน ผมได้เลนส์ VIVITAR 300มม. f/5.6 มือสองมาตัวหนึ่งในราคาสองพันบาท เป็นเลนส์ที่หน้าตาใช้ไม่ได้ แต่ให้คุณภาพดีกว่าที่คาดไว้ แต่ที่สุดจะทนคือระยะโฟกัสใกล้สุดทำได้แค่ 6 เมตร ดังนั้นใช้ได้ไม่นานก็เลยต้องเขี่ยมันออกจากสารบบไป เลนส์เทเลโฟโต้ตัวใหม่ (แต่เก่ามาจากที่อื่น) ของผมคือเลนส์ TAMRON SP 500 มม.f/8 มันเป็นเลนส์รีเฟล็กที่ใช้ระบบเมาท์แบบถอดเปลี่ยนได้ด้วยอแดปตอล สามารถนำไปใช้กับกล้องแมนนวลโฟกัสได้ทุกยี่ห้อด้วยการเปลี่ยนอแดปตอล ในตอนนั้นผมใช้กับกล้องนิคอน F3 และ FE2 ในช่วงแรกๆ ของการใช้งานทำเอาผมเกือบถอดใจ เพราะภาพที่ได้หนักไปทางเบลอมากกว่าชัด จะถ่ายให้คมชัดเป็นเรื่องยาก ปัญหามาจากเรื่องการสั่นไหวของกล้อง จากความประมาทของผมเอง เห็นมันตัวเล็กๆ และเบามากก็เลยถือถ่ายด้วยมือ มั่นใจว่าความเร็ว 1/250 วินาทีจะเอาอยู่ แต่จริงๆ แล้วไม่นิ่งพอ และปัญหาอีกเรื่องคือเมื่อมือไม่นิ่ง การปรับโฟกัสก็ยากตามไปด้วย โฟกัสมักจะหลุดเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ทำให้ซับเจ็คท์เบลอเพราะความชัดลึกมันน้อยมาก เลยต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง ภาพที่ได้จึงมีคุณภาพดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นเลนส์ที่ใช้ยาก ดังนั้นหลังจากได้เลนส์ 180 มม. f/2.8 ของนิคอน ผมก็เลยใช้ร่วมกับเทเลคอนเวอเตอร์ 2x โดยแทบไม่ได้แตะเลนส์รีเฟล็ก 500มม. f/8 ตัวนั้นอีกเลย จนขายมันไปหลังจากนั้นราวปีเศษ จากนั้นมาชีวิตของผมก็ห่างหายไปจากเลนส์รีเฟล็กมาตลอดเกือบยี่สิบปี จนกระทั่งได้เลนส์รีเฟล็กมาอย่างบังเอิญก็เลยนำมาลองใช้ดูอีกครั้ง แม้จะใช้ยากเหมือนเดิม แต่เลนส์รีเฟล็กก็มีอะไรน่าสนใจอยู่ไม่น้อย นักถ่ายภาพมือใหม่หลายคนอาจไม่รู้จักเลนส์ชนิดนี้ ว่ามันคืออะไรทำงานอย่างไรทำไมจึงชื่อเลนส์รีเฟล็ก ทำไมมีเอฟเดียว แล้วทำไม....? เลนส์รีเฟล็กซ์คือเลนส์อะไร เลนส์รีเฟล็กซ์คือเลนส์เทเลโฟโต้ชนิดหนึ่ง เพียงแต่รูปแบบการทำงานจะแตกต่างจากเลนส์เทเลโฟโต้ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ลองมาดูการทำงานของเลนส์เทเลโฟโต้ทั่วไปกันก่อนนะครับ เลนส์เทเลโฟโต้ทั่วไปจะใช้ชิ้นเลนส์นูนด้านหน้าเพื่อรวมแสง และใช้ชุดเลนส์ด้านในเพื่อปรับแก้ความคลาด ทางยาวโฟกัสของเลนส์จะเป็นตัวกำหนดความยาวของกระบอกเลนส์ด้วย หากเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ยุคแรกๆ ระยะจากจุดรวมแสงของเลนส์ถึงระนาบฟิล์มจะเท่ากับทางยาวโฟกัสของเลนส์ ดังนั้นเลนส์ 200 มม. จะมีความยาวกระบอกเกือบๆ200ซม. เลนส์ 300 มม. ก็จะมีความยาวกระบอกเกือบ 30 ซม. แต่ต่อมาผู้ผลิตเลนส์สามารถลดระยะ back focal length ลงได้ด้วยการใช้ชิ้นเลนส์ขยายที่ด้านท้าย ทำให้สามารถลดขนาดเลนส์เทเลโฟโต้สั้นลงได้ แต่ก็มีข้อจำกัดโดยทำได้ประมาณ 25% เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เลนส์เทเลโฟโต้ที่มีทางยาวโฟกัสสูงๆ ขนาดของกระบอกจึงยังคงยาวอยู่ดี หากเป็นเลนส์ 500 มม. ความยาวของกระบอกเลนส์จึงไม่ต่ำกว่า 30 ซม. และยอดขายของเลนส์เทเลโฟโต้เหล่านี้ก็มักจะสูงเกินเอื้อมของนักถ่ายภาพส่วนใหญ่ ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตเลนส์จึงตอบสนองความต้องการของนักถ่ายภาพเหล่านี้ด้วยเลนส์เทเลโฟโต้กำลังสูง (500-600 มม.) ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบาและมีราคาขายไม่สูงนัก ในช่วงที่เลนส์รีเฟล็กฮ็อตๆ เมื่อยี่สิบปีก่อน เลนส์จากผู้ผลิตกล้องจะขายกันที่หมื่นกว่าบาท ส่วนเลนส์จากผู้ผลิตอิสระจะขายกันที่ 6,000-9,000 บาท เท่านั้น ทำให้มันเป็นเลนส์ที่ได้รับความนิยมมากพอควรในกลุ่มที่ต้องการเลนส์เทเลโฟโต้กำลังสูงแต่งบน้อย ผู้ผลิตซื้อเลนส์รีเฟล็กมาใช้งานจะมีเหตุผล 3-4 ข้อด้วยกันคือ 1. มันเป็นเลนส์เทเลโฟโต้กำลังสงที่มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก 2. ราคาพอซื้อได้ 3. ชอบผลพิเศษจากเลนส์ในเรื่องฉากหลังรูปโดนัท 4. คิดว่าถือถ่ายด้วยมือได้ แต่มีได้ก็ต้องมีเสียเป็นธรรมดา เลนส์รีเฟล็กใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างแต่ก็พกพาข้อเสียมาไม่น้อย บางข้อผู้ใช้ก็รู้แต่ทำใจไว้แล้ว แต่บางเรื่องผู้ใช้อาจไม่รู้มาก่อน ข้อเสียเหล่านี้คือ 1. กำลังสูงแต่รูรับแสงแคบ ด้วยขนาดรูรับแสง f/8 ของเลนส์รีเฟลีกขนาด 500 มม. มันต้องการแสงเพื่อทำงานขนาดไหนคุณทราบหรือไม่หากถือถ่ายด้วยมือจะต้องใช้ความเร็วซัตเตอร์อย่างน้อย 1/500 วินาที (ตามกฎ 1/ทางยาวโฟกัส) กับรู้รับแสง f/8 นั้นหมายความว่าหากใช้ฟิล์ม ISO 100 แสงต้องแรงขนาด 1/125 วินาที f/16 ซึ่งก็คือแดดจ้าๆ บริเวณชาดหาดในช่วงบ่ายเลยทีเดียว ไม่เช่นนั้นก็ต้องยอมเสี่ยงถือกล้องด้วยความเร็วซัตเตอร์ต่ำลง (แต่หวังผลยาก) หรือหาขาตั้งกล้องมาใช้ร่วมกับมัน ไม่ก็ต้องใช้ฟิล์มความเร็วสูงขึ้นเป็น ISO 200 หรือ ISO 400 2. ราคาพอซื้อได้ แต่ทางเลือกอื่นก็ยังมี คือเลนส์เทเลโฟโต้ขนาด 300 มม. f/4 หรือ 400 มม. f/5.6 บวกกับเทเลคอนเวอร์เตอร์ขนาด 1.4x หรือ 2x ซึ่งคุณภาพที่ได้ยังคงพอๆ หรืออาจดีกว่าเลนส์รีเฟล็ก 3. ฮอตสปอตรูปโดนัท จากเลนส์รีเฟล็กอาจดูแปลกน่าสนใจ แต่บางครั้งก็เป็นผลเสียต่อภาพได้เพราะมันค่อนข้างเด่นจึงอาจรบกวนสายตาดึงความสนใจจากซับเจ็คท์ได้ และหากชอบฮอตสปอตรูปโดนัทก็สามารถทำจากเลนส์เทเลโฟโต้ทั่วๆ ได้ไม่ยาก 4. ถือด้วยมือได้ เรื่องนี้อาจจริงครับถ้าแสงพอ หรือใช้รวมกับกล้องดิจิตอลที่มีระบบลดการสั่นไหวของภาพอย่าง KONICA MINOLTA DYNAX 7D แต่กลับกล้องทั่วๆ โอกาสจะได้ภาพชัดจากการถือถ่ายด้วยมือมีไม่ถึง 30% ยกเว้นคุณจะใช้ความไวแสงสูงระดับ ISO 800 หรือ ISO 1600 5. คุมความชัดลึก เพราะมีเอฟเดียว มองจากช่องมองภาพแล้วเห็นอย่างไรภาพก็ออกมาอย่างนั้น เพิ่มความชัดลึกไม่ได้เลย อ่าน 5 ข้อนี้แล้วคงสงสัยว่า…เมื่อมีข้อเสียขนาดนี้จะเอามาเขียนทำไมคำตอบก็คือเพื่อให้นักถ่ายภาพรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่รู้จักเลนส์ชนิดนี้จะได้ทราบว่ามันคือเลนส์อะไรและได้ภาพเป็นอย่าง อีกเรื่องก็คือมันมีเลนส์บางอย่างที่เลนส์ทั่วไปไม่มี นั่นทำให้ผลต้องเก็บเลนส์รีเฟล็กไว้ถึงสองรุ่น ทั้งๆที่ใช้งานน้อยมาก การทำงานของเลนส์รีเฟล็กจะแตกต่างจากเลนส์เทเลโฟโต้ทั่วไปตรงที่ แทนที่จะใช้ชิ้นเลนส์นูนที่ด้านหน้า แต่เลนส์รีเฟล็กกลับใช้เลนส์ชิ้นหน้าที่มีผิวเรียบด้านหน้า ด้านหลังนูนเล็กน้อย ตรงกลางมีกระจกชิ้นที่สองขนาด 1/3 ติดอยู่ แสงจึงผ่านเลนส์ได้เฉพาะส่วนที่เหลือ แสงที่ผ่านเข้าไปจะตกกระทบกับกระจกเงาชิ้นแรกที่วางไว้ส่วนท้ายของเลนส์ จากนั้นกระจกเงาจะสะท้อนแสงโดยบีบแสงให้เป็นลำเข้าไปสู่กระจกเงาชิ้นที่สองซึ่งติดไว้กับเลนส์ชิ้นหน้าด้านใน แสงที่สะท้อนจากกระจกเงาชิ้นที่สองจะพุ่งตรงไปยังเลนส์ชุดเลนส์ด้านท้าย ซึ่งมักจะใช้ชิ้นเลนส์ 2-4 ชิ้น (ในการปรับระบบโฟกัสและแก้ความพลาด) แล้วไปฟอร์มภาพบนจุดโฟกัสซึ่งก็คือฟิล์มหรือ CCD เรามักเรียกหลักการทำงานของเลนส์ชนิดนี้ว่า การพับแสง เพราะเป็นคำที่อธิบายรูปแบบการทำงานได้ชัดเจน แม้จะดูแปร่งๆ ไปบ้างก็ตาม การที่ออกแบบให้แสงสะท้อนไปมา 2 ครั้งภายในกระบอกทำให้เลนส์รีเฟล็กสามารถออกแบบให้มีขนาดสั้นกว่าเลนส์เทเลโฟโต้ที่มีขนาดทางยาวโฟกัสเดียวกันได้ถึงสองเท่าตัว เลนส์รีเฟล็กจึงมักมีรูปทรงอ้วนแต่สั้น ด้วยการออกแบบหักเหและสะท้อนของรูปแบบนี้ทำให้ขนาดรูรับแสงตายตัว ไม่สามารถปรับเปลี่ยนขนาดรูรับแสงเพื่อควบคุมความชัดลึกให้สูงขึ้นได้ การจะลดปริมาณแสงต้องใช้ฟิลเตอร์ ND (ซึ่งมักจะแถมมากับเลนส์) จุดสว่างรูปโดนัท สิ่งที่คุณสมบัติพิเศษของเลนส์รีเฟล็กก็คือจุดสว่างนอกระยะชัดที่เรียกกันว่าฮอตสปอต ซึ่งมักจะเป็นรูปวงกลม (เมื่อเปิดรูรับแสงกว้างสุด) หรือหกเหลี่ยม เจ็ดเหลี่ยม (เมื่อเปิดรูรับแสงกลางๆ ตามรูปร่างของไดอะแฟรม แต่ฮอตสปอตของเลนส์รีเฟล็กจะเป็นวงๆ คล้ายๆ โดนัท ทั้งนี้เป็นผลมาจากแสงที่ผ่านเลนส์ชิ้นหน้าเข้าไป ไม่ได้ผ่านเลนส์ทั้งชิ้น เนื่องจากตรงกลางมีกระจกเงาชิ้นที่สองยึดติดอยู่ รูปทรงของฮอตสปอตจึงเหมือนกับแสงที่ผ่านเลนส์ชิ้นหน้าเข้าไปคือเป็นวงรูปโดนัทนั่นเอง ซึ่งวงโดนัทนั้นทำให้ให้ภาพดูแปลกตา โดยเฉพาะภาพที่มีฉากหลังสว่างเป็นดวงๆ อย่างเช่น แสงที่ลอดพุ่มไม้ หรือผิวน้ำที่สะท้อนแสงระยิบระยับธรรมดา แต่ถ้าโฟกัสตำแหน่งอื่นแล้วให้จุดนี้เบลอ มันกลายเป็นวงโดนัทจำนวนมากเรียงซ้อนๆ กันอยู่ดูแปลกตา หลายคนต้องเสียเงินกับเลนส์ชนิดนี้เมื่อเห็นภาพฮอตสปอตรูปโดนัทของมัน การใช้งาน เลนส์รีเฟล็กเป็นเลนส์เทเลโฟโต้กำลังสูง เท่าที่เคยมีการผลิตออกมาทางโฟกัสต่ำสุดคือ 250 มม. f/5.6 ซึ่งเป็นเลนส์แมนนวลของมินอลต้า แต่ส่วนใหญ่จะมีทางยาวโฟกัส 500 มม. f/8 ดังนั้นเมื่อใช้เลนส์เทเลกำลังสูงจึงต้องใส่ใจกับเรื่องความมั่นคงของกล้องมากสักหน่อย หากเป็นไปได้ควรใช้ขาตั้งกล้องเสมอเมื่อใช้เลนส์ชนิดนี้ เพราะความเร็วที่สามารถถ่ายด้ายเมือเปล่าได้สูงถึง 1/500 วินาที ผู้ที่มือนิ่งจริงๆ อาจถือถ่ายที่ความเร็ว 1/250 วินาทีได้ แต่ถ้าความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่า 1/250 วินาทีโอกาสที่จะได้ถาพชัดจากการถือถ่ายด้วยมือเป็นเรื่องยาก ขาตั้งกล้องจะช่วยให้คุณได้ภาพชัดจากเลนส์ชนิดนี้ แต่ก็ต้องใช้งานอย่างระวังโดยเฉพาะการกดชัตเตอร์ต้องใช้สายลั่นชัตเตอร์เท่านั้น หากขาตั้งและหัวขาตั้งไม่แข็งแรงแน่นหนาเพียงพอและเมื่อใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ อาจต้องมีกล้องมีระบบล็อกการจกสะท้อนภาพ ไม่ว่าจะเป็นแบบล็อกกระจกด้วยสวิทช์ต่างหากหรือล็อกร่วมกับระบบหน่วงเวลาถ่ายตัวเอง ก็ควรใช้เพื่อลดการสั่นสะเทือนของกล้อง ฟังดูเหมือนว่าผมซีเลียสเกินเหตุ แต่ใครที่เคยใช้เลนส์ชนิดนี้คงทราบดีว่ากระจกสะท้อนภาพอาจทำให้ได้ภาพชัดไม่เต็มที่ เพราะเล็นส์ชนิดนี้คงทราบดีว่ากระจกสะท้อนภาพอาจทำให้ได้ภาพไม้ชัดเต็มที่ เพราะเลนส์รีเฟล็กหลายรุ่นไม่มีคอลลาร์ หากหัวขาตั้งไม่แน่นหนาพอ กล้องและเลนส์อาจสั่นได้เมื่อใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ การปรับโฟกัสก็ต้องพิถีพิถันมากเช่นกันเพราะรูรับแสงที่แคบของเลนส์รีเฟล็กทำให้ช่องมองภาพมืด จึงเห็นภาพไม่เคลียร์ การปรับโฟกัสจึงอาจผิดตำแหน่งเล็กน้อยได้ซึ่งผลก็คือภาพขาดความคมชัด ควรย้ำตำแหน่งชัดให้แน่ใจว่าชัดที่สุดจึงกดชัตเตอร์ การถ่ายภาพทิวทัศน์ระยะไกลอย่าตั้งวงแหวนไว้ที่อินฟินิตี้ ต้องมองภาพแล้วปรับความคมชัดของภาพจากช่องมองภาพเท่านั้น เนื่องจากเลนส์รีเฟล็กมักจะทำวงแหวนโฟกัสให้หมุนเลยระยะอินฟินิตี้ได้ เผื่อไว้เมื่อระยะอินฟินิตี้เปลี่ยนจากสภาพอุณหภูมิของอากาศที่ร้อนมากหรือเย็นมาก ซึ่งทำให้กระบอกเลนส์และกลไกภายในขยายตัวได้ ระยะอินฟินิตี้จึงไม่จำเป็นต้องตรงกับมาร์คเสมอไป หากต้องการฉากหลังเป็นรูปโดนัทจะต้องเลื่อนกล้องเพื่อหาฉากหลังที่มีจุดสว่างนอกระยะชัด เช่น แสงรอดพุ่มไม้ แสงสะท้อนผิวน้ำเป็นต้น หากฉากหลังเป็นพื้นผิวเรียบๆ ไม่มีจุดสว่าง ภาพก็จะดูเหมือนเลนส์เทเลโฟโต้ธรรมดา แต่ถ้าฉากหลังเป็นจุดสว่างจะได้วงโดนัทแน่นอน ขนาดของวงโดนัทข้นอยู่กับความเบลอของฉากหลัง เบลอมากจนขนาดวงโดนัทก็ใหญ่ตามไปด้วย เลนส์รีเฟล็กหลายๆ รุ่นปรับโฟกัสได้ใกล้มากเช่น 1.5-2 เมตร ให้อัตราขยายเมื่อปรับโฟกัสใกล้สุดได้ถึง 1:2 ถึง1:3 เลยทีเดียว จึงนำไปใช้ถ่ายภาพแมลง ภาพดอกไม้ได้ดีโดยเฉพาะภาพแมลง จะได้ฉากหลังที่แปลกตากว่าเลนส์มาโครทั่วๆ ไป เลนส์รีเฟล็กในตลาดอุปกรณ์ถ่ายถาพ ในช่วง 2 ศตวรรษก่อน เลนส์รีเฟล็กหาซื้อได้ทั่วๆ ไปและเลนส์ทุกยี่ห้อจะมีเลนส์รีเฟล็กอยู่ในสายการผลิต ดังนี้คือ นิคอน มีเลนส์รีเฟล็กสามรุ่น ได้แก่ AIS 500 มม. f/8, AIS 1000 มม. f/11 และ 2000 มม. f/11 แต่เลนส์ที่หาซื้อได้ในปัจจุบันคือเลนส์ AIS 500 มม. f/8 เท่านั้นเลนส์ 2000 มม. f/11 ที่เคยเป็นเลนส์ประเภทผลิตตามสั่งก็ถูกถอดออกจากสายการผลิตมานานแล้ว Canon เคยมีเลนส์รีเฟล็กอยู่รุ่นหนึ่งคือ FD 500 มม. f/8 ซึ่งเป็นเลนส์แมนนวลโฟกัส เมื่อเปลี่ยนเป็นกล้องออโตโฟกัสแคนนอนก็ไม่ได้ผลิตเลนส์ชนิดนี้ออกมาอีกเลย Minolta ผลิตเลนสรีเฟล็กออกมาหลายรุ่น โดยเมื่อ 20 กว่าปีก่อนมีเลนส์อยู่สองรุ่นคือ 250 มม. f/5.6 และ 500 มม. f/8 แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นระบบออโตโฟกัสได้ แม้ว่ากล้องออโตโฟกัสจะมีข้อจำกัดว่าหากเอฟแคบกว่า 5.6 ระบบออโตโฟกัสจะไม่ทำงานก็ตาม แต่เลนส์ 500 มม. f/8 ของมินอลต้าระบบ AF ทำงานได้และเร็วด้วย ส่วน PENTAX นั้น ในฉบับที่แล้วคุณคงได้เห็นเลนส์ซูมฟิชอายตัวแรกในโลกไปแล้ว สำหรับเลนส์รีเฟล็ก เพ็นแท็กซ์ก็เคยสร้างความประหลาดใจมาแล้วด้วยเลนส์ซูมรีเฟล็ก 500-800 มม. f/8-11 ซึ่งเป็นเลนส์แมนนวลโฟกัสที่ผลิตออกมากว่า 2 ทศวรรษแล้ว สำหรับ OLYMPUS เคยผลิตเลนส์รีเฟล็กในอนุกรม ZUIKO ออกมาคือรุ่น 500 มม. f/8 แต่หายจากตลาดไปนานแล้ว CONTAX มีเลนส์รีเฟล็กระดับสุดยอดอยู่ 3 รุ่นคือ 500 มม. f/4.5, 500 มม. f/8 และ 1000 มม. f/5.6 ทั้งคู่มีความสว่างสูงมาก ขนาดใหญ่ หนัก และราคาสูงมาก เลนส์รุ่น 1000 มม.f/5.6 ถูกถอดจากสายการผลิตก่อน และตามมาด้วยเลนส์ 500 มม. f/4.5 ในส่วนของผู้ผลิตอิสระ TAMRON มีเลนส์รีเฟล็ก 2 รุ่นคือ SP350 มม. f/5.6 และ 500 มม. f/8 เลนส์ 350 มม. f/5.6 ขนาดกระทัดรัด ออกแบบสวยน่าใช้ แต่น่าเสียดายที่เลิกผลิตไปนานแล้ว SIGMA มีเลนส์รีเฟล็กอยู่รุ่นเดียวคือ 600 มม. f/8 ขายมานานกว่า 15 ปี และยังมีขายอยู่ ส่วน TOKINA เคยผลิตเลนส์รีเฟล็ก 500 มม. f/8 ออกมาเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน แต่ถอดจากสายการผลิตไปนานแล้ว ส่วน VIVITAR เคยผลิตเลนส์รีเฟล็กที่น่าสนใจมากรุ่นหนึ่งคือ SERIES1 450 มม. f/4.5 เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาดีความสว่างสูงมาก แต่หาคนใช้น้อย เพราะราคาสูงและขนาดใหญ่ ปัจจุบันจึงเหลือแต่ 500 มม. f/8 ขนาดเล็กกะทัดรัดที่ผลิตโดยผู้ผลิตเกาหลี ในปัจจุบันเลนส์รีเฟล็กที่พอหาซื้อได้คือ Nikon AIS 500 มม. f/8, Minolta AF 500 f/8, SIGMA MF 600 f/8 และ TAMRON SP 500 มม. f/8 (ระบบแมนนวลโฟกัสเปลี่ยนอแดปเตอร์ไปใช้กับกล้องแมนนวลได้ทุกยี่ห้อ) ส่วนยี่ห้ออื่นเลิกผลิตไปแล้วแต่อาจพอหาได้จากร้านค้าบางแห่งในตลาดต่างประเทศและของมือสอง ความคิดเห็น เป็นเลนส์เทเลโฟโต้ที่มีข้อเสียมากกว่าข้อดี แต่เป็นเลนส์ที่มีเสน่ห์ อย่างน้อยก็ผมเป็นคนหนึ่งล่ะครับที่ขายมันไม่ลง เป็นเลนส์ที่น่าสนใจสำหลับผู้ที่ตัองการเลนส์เทเลโฟโต้ขนาดเล็กๆ สั้นและน้ำหลักหนักเบาให้ผลพิเศษในเรื่อง ฮอตสปอตรูปโดนัท หากมีเงินเหลือก็น่าสนใจอยู่พอควร คุณรู้หรือไม่ 1. เลนส์ชนิดนี้มีชื่อเรียกหลายอย่างคือ Catadioptic Lens, Cat Lens, Mirror Lens และ Reflex Lens แต่ที่ใช้กันมากที่สุด Reflex และ Mirror 2. เลนส์ REFLEX ของผู้ผลิตกล้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ Nikon 2000 มม. f/11 มีความยาว 2 ฟุต กว้างเกือบ 1 ฟุต น้ำหนัก 17.5 กิโลกรัม อีกรุ่นก็คือ Carl Zeiss 1000 มม. f/5.6 สำหรับ Contax มีขนาดเล็กกว่า Nikon เล็กน้อย ทั้งคู่มีราคาขายเท่ากับรถเก๋ง 1 คัน 3. แต่เลนส์รีเฟล็กที่มีขนาดใหญ่ทางยาวโฟกัสสูงจริงๆ แล้ว มักจะเป็นเลนส์ดูดาว สามารถใช้กับกล้องถ่ายภาพได้โดยใช้อแดปเตอร์ 4. กล้องดิจิตอลทำให้การใช้เลนส์รีเฟล็กทำได้สะดวกขึ้นโดยเฉพาะกล้อง Konica Miniolta DYNAX 7D ซึ่งมีระบบ Anti-Shake เพื่อลดการสั่นไหวและปรับ ISO ได้ถึง 1600 หมายเหตุ บทความนี้คัดลอกมาจากนิตยสาร FOTOINFO MAGAZINE No.3: มิถุนายน 2548 สำหรับผมเองก็อยากได้มาลองกับเค้าเหมือนกันครับ เพราะระยะ 500mm มันน่าเร้าใจจริงๆ bokeh แบบ donut ring ที่น่าตื่นตาสำหรับผู้ได้พบเห็นครับ ^_^



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • banksmile
    saren10

    โบเก้แปลกตาดีคร้าบ

    bokeh donut ring ครับ

    โพสเมื่อ 2 ต.ค. 53 เวลา 10:09
  • saren10

    โบเก้แปลกตาดีคร้าบ

    โพสเมื่อ 1 ต.ค. 53 เวลา 01:33
  • banksmile
    mrkar

    ระยะคงไกลน่าดู แต่โบเก้ก็สวยดีนะ

    ครับพี่
    ไกลมากๆๆๆๆ
    ถ่ายยากด้วย
    ต้องแสงดีจริงๆ

    โพสเมื่อ 29 มิ.ย. 53 เวลา 02:52
  • mrkar

    ระยะคงไกลน่าดู แต่โบเก้ก็สวยดีนะ

    โพสเมื่อ 24 มิ.ย. 53 เวลา 08:17
  • ampeium

    สวยค่ะ ^^

    โพสเมื่อ 10 พ.ค. 53 เวลา 08:47
  • yyohh

    อยากได้ๆ อิ_อิ

    โพสเมื่อ 10 พ.ค. 53 เวลา 02:35
  • pixarpixel

    ยิงนก กระจาย ชอบโดนัทครับ

    โพสเมื่อ 16 เม.ย. 53 เวลา 22:17
  • pedum

    ใช่ ละลายสวยมากก

    โพสเมื่อ 5 เม.ย. 53 เวลา 00:36
  • thispond

    นางแบบหน้าคุ้นมากอ่ะ


    อิอิ

    โพสเมื่อ 20 มี.ค. 53 เวลา 08:06
  • thispond

    สวยดีอ่ะ

    โพสเมื่อ 20 มี.ค. 53 เวลา 08:06
  • thispond

    มันละลายหลัง อีกแนวดีนะ

    โพสเมื่อ 20 มี.ค. 53 เวลา 08:05
  • banksmile

    ช่าย
    โบเก้แบบ donutring ที่เป็นเอกลักษณ์ไง

    โพสเมื่อ 7 มี.ค. 53 เวลา 08:48
  • poppartacus

    โบเก้เป็นแบบโดนัทหมดเลยหรอ เปลี่ยนเป็นแบบอื่นได้ป่าว วันหลังเอามาให้ยืมมั่งดิ

    โพสเมื่อ 7 มี.ค. 53 เวลา 06:52
  • kaekub

    สีสวยค่ะ

    โพสเมื่อ 26 ก.พ. 53 เวลา 07:41
  • kaekub

    น้องลิง

    โพสเมื่อ 26 ก.พ. 53 เวลา 07:40
  • kaekub

    สวยยย

    โพสเมื่อ 26 ก.พ. 53 เวลา 07:39
  • banksmile

    http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=164248
    " target="blank">http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=164248">http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=164248

    เพิ่งทำ review ที่ thaidphoto ครับ ^_^

    โพสเมื่อ 23 ก.พ. 53 เวลา 11:18
  • dewpiglet

    สวยดีเน๊อะ

    โพสเมื่อ 21 ก.พ. 53 เวลา 21:38
  • kaekub

    ว้าวว สุดยอด แต่ตอนนี้มะมีตัง เอาตังไปเที่ยวหมดแล้วววอ่าค่ะ

    โพสเมื่อ 21 ก.พ. 53 เวลา 01:11
  • banksmile

    เด๋วไปถ่ายมาจะมา post อีกทีนะครับ
    เพราะถ่ายมายังไม่เยอะ รูปไม่หลากหลายเท่าไหร่

    โพสเมื่อ 18 ก.พ. 53 เวลา 09:46
  • banksmile

    นี่คือ optic ของเลนส์ reflex นะครับ

    โพสเมื่อ 18 ก.พ. 53 เวลา 09:40
  • banksmile
    adorableadolescent

    คุ้มไม๊ครับกับราคาหลักพัน??

    เทียบกับราคากับระยะ focus แล้ว
    ไม่ต้องสงสัย
    เพราะ 500 f/4L ราคาเกือบ 500000
    ขณะที่ samyang ราคา 5000+ อิอิ
    ต่างกันเกือบ 100 เท่า T_T

    โพสเมื่อ 17 ก.พ. 53 เวลา 02:22
  • larnsai

    กำลังหาข้อมูลเลยคร้าบบ

    โพสเมื่อ 16 ก.พ. 53 เวลา 14:48
  • adorableadolescent

    ดูดีเนอะ

    โพสเมื่อ 16 ก.พ. 53 เวลา 12:09
  • adorableadolescent

    ผอมเชียววุ้ย

    โพสเมื่อ 16 ก.พ. 53 เวลา 12:09
  • adorableadolescent

    โอ้ววว โบเก้สวย

    โพสเมื่อ 16 ก.พ. 53 เวลา 12:08
  • adorableadolescent

    คุ้มไม๊ครับกับราคาหลักพัน??

    โพสเมื่อ 16 ก.พ. 53 เวลา 12:08
  • banksmile

    Bokeh แบบ donut ring

    โพสเมื่อ 16 ก.พ. 53 เวลา 11:11
  • banksmile

    ขอบคุณเวบนี้สำหรับที่มาของแรงบันดาลใจในการหาเลนส์ตัวนี้มาใช้ครับ ^_^
    http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2009/12/O8636321/O8636321.html">http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2009/12/O8636321/O8636321.html

    โพสเมื่อ 16 ก.พ. 53 เวลา 11:05

++++ TEST DRIVE โคตรเลนส์ Super Telephoto 500mm ราคาหลักพัน !! +++
โพสต์เมื่อ วันอังคาร ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553
เวลา 23:55
เข้าชม 2,497 ครั้ง
การอนุญาต สาธารณะ
Short Url http://a.thaimultiply.com/6RYcif